Call Center 1754 | 087-494-4000 Line ID : @lagraceclinic Open Daily : 10.00-21.00
Elegant Beauty Clinic
Smooth Peel

ลดรอยสิว แก้ปัญหารอยสิว ผิวหยาบกร้าน

สิวและรอยสิวมักเป็นปัญหาของวัยรุ่น เกิดจากฮอร์โมนภายในร่างกายแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่เลยช่วงวัยรุ่นไปแล้วจะเป็นสิวไม่ได้ บางรายมีปัญหาสิวเยอะ สิวอักเสบ เจ็บปวด เมื่อรักษาหายแล้วก็ยังทิ้งรอยสิวเอาไว้บนใบหน้า รอยสิวของบางคนอาจจะเกิดจากการบีบหัวสิวให้แตก หรือเค้นมากๆ แล้วเป็นรอยช้ำจนกลายเป็นจุดด่างดำที่ยากจะรักษาให้หายได้ รอยสิวเป็นปัญหาที่น่าวิตกกังวลเพราะมาบดบังความสวย ความหล่อ ทำให้เกิดความไม่มั่นใจ บางคนถึงกับเสียบุคลิกไปเลยทีเดียว รอยสิวที่เกิดจากสิวแต่ละชนิดนั้นมีความกว้าง และความยากง่ายในการรักษาที่แตกต่างกัน มีการแนะนำวิธีทางธรรมชาติที่สามารถรักษารอยสิวได้ แต่ก็ต้องใช้ระยะเวลานานกว่าที่รอยสิวจะค่อยๆ จางลงไป ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ใช้ในการรักษารอยสิวให้หายขาด และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

Smooth Peel คือ เทคโนโลยีสมัยใหม่ของ ลากราซ คลินิก เป็นเทคนิคการลดรอยสิวที่นิยม และเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลาย เพราะเป็นเทคนิคพิเศษที่จะช่วยลดรอยสิว ให้ผิวหน้าของคุณกลับมากระจ่างใสอีกครั้ง โดยการปล่อยคลื่นแสงลงไปบริเวณใต้ผิวหนังในระดับความลึกพอดีกับตำแหน่งที่ต้องการสร้างเซลล์ผิวใหม่ซึ่งช่วยแปรสภาพเซลล์ผิวเก่าให้หลุดลอกออกไปภายใน 1 สัปดาห์ โดยมีการสร้างเซลล์ผิวใหม่ (Resurfacing) ขึ้นมาทดแทนอย่างเห็นได้ชัด คุณจะสัมผัสได้กับผิวหน้าที่เรียบเนียนกระจ่างใสอีกครั้ง 

หลังรักษารอยสิวด้วย Smooth Peel ต้องดูแลตัวเองอย่างไร ?

หลังการรักษารอยสิวแล้วอาจจะรู้สึกร้อนผ่าว ๆ บริเวณที่รักษา คล้ายอาการผิวที่ไหม้แดด ดังนั้นจึงควรทาครีมหรือโลชั่นเพื่อให้ความชุ่มชื้น รวมทั้งหลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดแรงๆ หากจำเป็นควรทาครีมหรือโลชั่นกันแดด อย่างไรก็ตามท่านสามารถกลับไปทำงานหรือเข้าสังคมได้ตามปกติ หลังรักษารอยสิว ในรายที่มีอาการแดงมาก (โดยเฉพาะคนผิวขาว) อาจใช้การแต่งหน้าช่วยปกปิดได้ หรือหากเป็นผู้ชายก็สามารถโกนหนวดได้ตามปกติ

 

ผู้ที่เหมาะกับการรักษารอยสิว Smooth Peel

เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องแผลเป็นจากหลุมสิว รอยสิว ริ้วรอยแห่งวัย ผิวหยาบกร้าน ผู้ที่มีรูขุมขนกว้าง หรือผู้ที่เป็นฝ้าชนิดตื้นได้ Smooth Peel สามารถใช้รักษาได้กับผิวหนังที่ใบหน้า หน้าผาก ลำคอ มือ และลำตัว นอกจากนี้ยังช่วยฟื้นฟูสภาพผิวให้กลับมามีสุขภาพดีกว่าเดิมในเวลาอันรวดเร็ว

 

ต้องทำบ่อยขนาดไหน ?

จำนวนครั้งของการรักษารอยสิวนั้นขึ้นอยู่กับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละบุคคล ดังนั้นผู้ที่สนใจควรได้รับการตรวจสภาพผิวจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเสียก่อน โดยปกติควรทำอย่างน้อย 3-5 ครั้ง ห่างกันทุก 2-4 สัปดาห์ หลังการรักษาครั้งแรกพบว่าได้ผลดีขึ้น และจะเห็นผลชัดเจนภายหลังรักษา 3 เดือน ผลการรักษาจะคงอยู่ตราบเท่าที่ท่านเอาใจใส่ดูแลผิวพรรณอย่างต่อเนื่องและ สม่ำเสมอ

 

Smooth Peel ช่วยรักษาอะไรบ้าง

  • ปรับผิวให้เนียนเรียบ กระตุ้นการสร้างคอลาเจน
  • รักษารอยแตกลาย ช่วยให้ค่อยๆจางลง
  • รักษารูขุมขนกว้าง
  • รอยแผลเป็นจากสิว , แผลเป็นจากอีสุกอีใส
  • รักษารอยแผลเป็นนูน (คีรอยด์) ให้เรียบเนียนขึ้น
  • แก้ปัญหาเรื่องฝ้า กระ จุดด่างดำ
  • เผยผิวใหม่ ที่สดใสอ่อนเยาว์
  • นอกจากนี้ยังช่วยรักษาปัญหารอยแตกลายได้อีกด้วย

**ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล**

 

ข้อควรปฏิบัติหลังการรักษารอยสิว

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำหรือล้างบริเวณที่ทำการรักษาประมาณ 24 ชั่วโมง
  • หากต้องการล้างบริเวณที่ทำการรักษา ควรล้างอย่างเบามือ
  • หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคืองต่อผิวในช่วง 3 วันแรกหลังจากการรักษา หรือตามแพทย์แนะนำ
  • หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดหรือสถานที่ร้อนจัดในสัปดาห์แรกหลังจากการรักษา
  • หลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อนหรือการทำซาวน่าในช่วงสามวันแรกหลังจากการรักษา
  • หลีกเลี่ยงการนวด การขัด หรือการใช้ยา ที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองบริเวณที่ทำการรักษา
  • หากมีอาการบวมแดง หรือผื่นขึ้นบริเวณที่ทำการรักษา ควรปรึกษาแพทย์ที่ทำการรักษาทันที
  • หากมีสะเก็ดเกิดขึ้น ไม่ควรแกะหรือเกา ควรปล่อยให้หลุดลอกเองตามธรรมชาติ
  • ควรดูแลผิวหลังการรักษาด้วย ครีมบำรุงผิวหรือมอยเจอร์ไรเซอร์ชนิดอ่อนโยนต่อผิว เพื่อช่วยให้ผิวบริเวณที่ทำการรักษาได้รับความชุ่มชื้นตลอดเวลา
  • หากได้รับยาทาจากแพทย์ที่ทำการรักษา ควรทายานั้นอย่างสม่ำเสมอตามแพทย์สั่ง