Call Center 1754 | 087-494-4000 Line ID : @lagraceclinic Open Daily : 10.00-21.00
Elegant Beauty Clinic

7 วิธีถนอมสายตากับชีวิตยุค IT

Healthy Corner
  • เร่งผมให้ยาวเร็วขึ้น ด้วยวิธีธรรมชาติ
  • ชีวิต คือ นาฬิกา (นาฬิกาชีวิต)

ทุกวันนี้เราแทบจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ไม่ว่าจะทํางานอะไร ก็จะต้องเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ด้วยเสมอ ทั้งการทํางาน การเรียน การพักผ่อน เช่น เล่นเกม ดูภาพยนตร์และยิ่งในสมัยนี้ก็งมีอุปกรณ์สมาร์ทโฟน หรือแท็บเลทเข้ามาอีก ทําให้สาตาของเราต้องเพ่งหน้าจออยู่แทบจะตลอดเวลา นานวันเข้าก็เริ่มที่จะเกิดปัญหาทางด้านสายตา เช่น อาการปวดตา ตามัว ตาแห้ง สายตาล้า สายตาสั้น หรือผลข้างเคียงอื่นๆ เช่น อาการปวดหัว ปวดหลัง เมื่อยคอจากสถิติพบว่าผู้ใช้คอมพิวเตอร์มากกว่า 2 ชั่วโมงต่อวัน ประสบกับปัญหาเหล่านี้

ถ้าหากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์2 ชั่วโมงต่อวัน หรือมากกว่านั้น หรือไม่ก็เริ่มมีอาการอย่างที่บอกบ้างแล้ว ก็ควรที่จะปฏิบัติตามคําแนะนําดังต่อไปนี้เพราะในเมื่อการจะให้ใช้เวลากับคอมฯ น้อยลง คงเป็นเรื่องยาก ดังนั้นสิ่งที่เราทําได้คือ การชะลอการทําร้ายสายตาให้ช้าลง ทําให้สายตาเรารู้สึกสบายมากขึ้น เมื่อจ้องหน้าจอ และที่สําคัญ วิธีทั้งหมดนี้ง่ายต่อการปฏิบัติตามครับ

  1. กะพริบตาให้ถี่ขึ้น
    อาการตาแห้งเกิดจากการที่เรากะพริบตาน้อยลง เนื่องจากมีสมาธิขณะทํางานหน้าจอคอมพิวเตอร์อัตราการกะพริบตา จะลดลงจาก 20 - 22 ครั้งต่อนาทีเหลือเพียง 6 - 8 ครั้งต่อนาทีจึงควรที่จะกะพริบตาให้ถี่ขึ้น หรืออาจใช้น้ําตาเทียม หยอดตาเพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น
  2. จัดวางตําแหน่งคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสม
    ควรจัดให้มีระยะห่างระหว่างจอภาพกับตัวเราประมาณ 50-70 ซม. จัดระดับจอภาพจากจุดศูนย์กลางของจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตาประมาณ 4-9 นิ้ว ไม่ควรให้จอภาพอยู่สูงหรือต่ําเกินไป
  3. ปรับความสว่างของห้อง
    จัดให้บริเวณหน้าต่างอยู่ทางด้านข้างของจอคอมพิวเตอร์เพื่อลดแสงตกสะท้อนบนหน้าจอ และควรปิดไฟบางดวงที่รบกวนการทํางานเพราะปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากความสว่างที่มากเกินไป ถ้ามีแสงจ้าจากหน้าต่างควรใช้มูลี่เพื่อปรับแสงให้ผ่านได้เพียงบางส่วน และไม่เข้าตาโดยตรง หลีกเลี่ยงการใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีพื้นผิวสะท้อน เช่น โต๊ะสีขาว ควรใช้วัสดุที่มีผิวด้านที่สะท้อนแสงไม่มากจะดีกว่า
  4. แก้ปัญหาเรื่อง “ขนาด”
    ความละเอียดของหน้าจอ หรือ screen resolution เป็นสิ่งที่ทําให้หน้าจอมีขนาดแตกต่าง ยิ่งความละเอียดมากขึ้นเท่าไหร่ขนาดของภาพก็จะเล็กลง ดังนั้นจึงควรปรับค่าความละเอียดให้พอดีกับขนาดของหน้าจอ ไม่ควรเล็กหรือใหญ่เกินไป เพราะจะทําให้ขนาดของภาพและตัวหนังสือผิดเพี้ยนไปจากความจริง เวลาพิมพ์งานควรเลือกใช้ขนาดของตัวอักษรที่ใหญ่พอ และปรับความเข้มของตัวอักษรให้มากขึ้น ซึ่งขนาดตัวอักษร และความเข้มที่เหมาะสมจะสังเกตได้จากการที่เรายังสามารถอ่านตัวอักษรได้ในระยะห่างเป็น 3 เท่าของระยะที่นั่งทํางาน หรือเลือกใช้จอคอมพิวเตอร์ชนิด LCD (จอแบน) ซึ่งจะช่วยถนอมสายตาได้ดีกว่าจอคอมพิวเตอร์แบบเก่า (CRT) แน่นอนว่าคนใช้คอมฯ ก็ต้องใช้อินเทอร์เน็ต และก็ต้องใช้Web Browser ด้วยเช่นกัน การขยายบราวเซอร์ให้ใหญ่ขึ้น สามารถช่วยให้ตัวหนังสือมีความง่ายต่อการอ่านสําหรับ Windows สามารถขยายได้โดยกด Ctrl และ + ในขณะที่ Mac สามารถกด Command และ + เพื่อขยายขนาดหน้าจอ Browser ให้ใหญ่ขึ้นได้ และในส่วนตัวอักษรในโปรแกรมมอื่นๆ สําหรับ Windows จะมีออฟชั่นปรับขนาดตัวอักษร ในส่วนของ Screen Resolution และเลือกไปที่ Make text and other items larger or smaller หรือเราอาจใช้โปรแกรม Magnifier ใน Windows เพื่อขยายจุดที่เมาส์เราวางไว้ทําให้ตัวหนังสือบริเวณนั้นใหญ่ขึ้น เสมือนเอาแว่นขยายมาวาง สําหรับผู้ที่ใช้ Mac สามารถใช้โปรแกรม Zoom แทนได้เช่นกัน
  5. เลือกใช้แว่นตาที่เหมาะสมกับการใช้คอมพิวเตอร์
    ปัจจุบันมีแว่นตาที่ผลิตมาเพื่อกรองแสงจากหน้าจอโดยเฉพาะ เลนส์แว่นเคลือบด้วยวัสดุที่สามารถป้องกันรังสีจากหน้าจอได้ดีและสามารถนํามาตัดเป็นแว่นสายตาสําหรับคนสายตาสั้น-ยาว ดังนั้นหากต้องใช้เวลาอยู่หน้าจอคอมเป็นเวลานาน ควรเลือกใช้แว่นประเภทนี้และใช้เลนส์สีเขียวอ่อนที่จะช่วยให้รู้สึกสบายตา ภายใต้แสงจากหลอดไฟฟ้าฟลูออเรสเซนต์และเพื่อลดแสงสะท้อนจากจอภาพ
  6. พักสายตา
    ทุกๆ ชั่วโมงควรเปลี่ยนอิริยาบถ หรือลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายบ้าง โดยละสายตาจากหน้าจอ แล้วมองออกไปในระยะไกล สัก 10 - 20 วินาทีแล้วกลับมามองในระยะใกล้ทําสลับกันไปหลายๆ ครั้ง จะช่วยให้คลายสายตาจากความเมื่อยล้าได้ดี เพื่อพักสายตาและป้องกันอาการปวดเมื่อยจากการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน หรือลองใชวิธีวิธีบริหารกล้ามเนื้อตาแบบง่ายๆ ดังนี้
    1. กลอกตาขึ้น-ลงช้าๆ 6 ครั้ง โดยเหลือบตาขึ้นสูงสุดและลงต่ําสุด ในระหว่างการบริหารอย่างเกร็งลูกตา
    2. กลอกตาไปข้างขวาและซ้ายสลับกัน โดยกลอกตาไปให้ขวาสุด และซ้ายสุด ทําซ้ํา 2-3 ครั้ง
    3.  ชูนิ้วขึ้นมาให้อยู่ในระดับสายตา ห่างจากสายตาประมาณ 8 นิ้ว แล้วจ้องมองไปที่ระยะไกลๆ ประมาณ 10 ฟุตสลับกับใช้ตามองระยะใกล้ที่นิ้วมือใช้เวลามองแต่ละที่ประมาณ 2-3 วินาทีทําสลับไปมาเช่นนี้ประมาณ 10 ครั้ง แล้วหยุดพัก 1 วินาทีทําประมาณ 2-3 รอบ
    4.  กลอกตาเป็นวงกลมช้าๆ โดยเริ่มกลอกตาตามเข็มนาฬิกาก่อน แล้วกลอกตาทวนเข็มนาฬิกา ทําประมาณ 10 ครั้ง แล้วหยุดพัก 1 วินาทีทําประมาณ 2-3 รอบ
  7. ออกไปข้างนอกบ้าง
    การอุดอู้อยู่ที่เดิมเป็นเวลานานๆ ทําให้สายตาเราชินกับระดับแสงเดิมๆ และรู้สึกตึงเครียดอย่างไม่รู้ตัว ดังนั้นเราควร ละจากหน้าคอมสักพัก แล้วลุกออกไปเดินข้างนอก กลางแจ้งได้ยิ่งดีเพราะจะทําให้สายตาได้สัมผัสกับระดับแสงที่แตกต่างจากในห้อง ทําให้สมองและสายตาได้ผ่อนคลายความเมื่อยตึง โดยอาจออกไปดื่มน้ํา หาขนมทานสัก 15 นาทีแล้วกลับมาผจญภัยกับงานต่อ จะทําให้รู้สึกมีพลังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

และสุดท้าย เราควรตรวจสุขภาพตาปีละ 1 ครั้ง เพื่อวัดความดันตา ตรวจเช็กจอประสาทตาและความผิดปกติของสายตาเป็นประจํา เพราะโรคตาบางอย่างจะไม่แสดงอาการจนกว่าจะถึงขั้นรุนแรงแล้ว หากตรวจพบโรคตาตั้งแต่เนิ่นๆก็จะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีเพื่อช่วยป้องกันการสูญเสียสายตา จะได้รักษาดวงตาคู่นี้ให้อยู่กับเรานานเท่านาน

Promotions For You @ La Grace Clinic